xxx บอร์ดวิ่ง
xxx บอร์ดสุขภาพ
xxx บอร์ดท่องเที่ยว/จักรยาน
xxx บอร์ดผู้หญิง
xxx สภากาแฟ
 
username :
password :
 
Login โดย :
ออกจากระบบ
สมัครสมาชิกใหม
 
 
 
ค้นหาข้อมูลภายในเวบไซต์
Google
www
www.healthcorners.com
 
hirunchai
dekjukeza
Piida Jeed
kriang18
aday366
MannaRuji
s4340216
lovebeauty
tamjung
kbu2011
สมาชิกทั้งหมด 3196 คน
 
พื้นที่โฆษณาขนาด 180 x 150 pixels
สนใจติดต่อ 086-9444-777
 
 
 www.depthai.go.th
 
สนับสนุนข้อมูลสุขภาพ
รักษาออทิสติก แบบผสมผสาน
คลิกเพื่อดูขนาดจริง
เราพบว่าเด็กออทิสติกมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นมากทั่วโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่า เนื่องจากสถานการณ์อะไรสักอย่างหนึ่งที่วงการแพทย์ยังหาคำตอบ ไม่ได้

แพทย์หญิงปิยะนุช รักพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ สถาบันการแพทย์ผสมผสานตรัยยาให้ข้อมูลว่า ถ้าไปดูในอเมริกาจะพบว่าเป็นออทิสติก 1 ต่อ 150 คน ซึ่งถือว่าเยอะมาก ขณะที่ดาวน์ ซินโดรมมี 1 ต่อ 1,000 และไม่เพิ่มจำนวนเลย ส่วนของไทยมีคนที่เป็นออทิสติกประมาณ 5 ต่อ 1,000 คน

ถามว่าจริง ๆ แล้วเรารู้ไหมว่าทำไมถึงเป็นออทิสติกได้ คำตอบคือไม่รู้

ปัจจุบันแพทย์รู้สาเหตุเพียงว่ามีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นที่สมองของเด็ก โดยคาดว่าอาจจะมาจากกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม

จากกรรมพันธุ์นั้นรู้ได้จากเด็กแฝด ถ้าพบว่าคนหนึ่งเป็นออทิสติกอีกคนหนึ่งมีโอกาสเป็นถึง 90%

ส่วนปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมมีหลายอย่าง เช่นว่า...

พวกสารพิษต่าง ๆ ที่เราพบในบรรยากาศของสังคมเมือง เช่น พวกปรอท พวกโลหะหนักต่าง ๆ

อันที่ 2 เกี่ยวกับอาหารการกิน เพราะเมื่อมีการไปควบคุมนมหรือโปรตีนที่อยู่ในพืชผักบางอย่างแล้วทำให้เด็กออทิสติกดีขึ้น

"นมก็พวกนมวัว หรือโปรตีนที่อยู่ในธัญพืชบางอย่าง เช่น แป้งจากข้าวสาลี แป้งไรน์"

รวมทั้งหากก่อนท้องคุณแม่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่าง ๆ เช่น อยู่ในโรงงานที่มีสารปรอท ยาฆ่าแมลง จะพบว่าลูกมีโอกาสเป็น ออทิสติกสูงกว่าคนอื่น

หรือว่าคุณแม่อาจจะมีปัญหาด้านสภาพจิตใจหรืออารมณ์ขณะท้อง

และจากการที่คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้การดูแลเด็กออทิสติกจะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเมื่อก่อนจะใช้ดูพฤติกรรมของเด็กเพียง อย่างเดียว

เพราะเด็กออทิสติกจะไม่ผิดปกติด้วยหน้าตา พัฒนาการในช่วงแรก ๆ จะปกติ ความแตกต่างจะเริ่มตอนอายุขวบ 2 ขวบ เขาจะเข้าสังคมไม่ค่อยได้ จะมีปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้ากับสังคม ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ

"ก่อนหน้านั้นจะไม่มีทางรู้ ยกเว้นว่าเขาเป็นออทิสติกชัดเจนมาก ปัจจุบันยังต้องวินิจฉัยโดยต้องดูพฤติกรรมของเด็กอยู่"

แล้วจะสังเกตอย่างไรในตอนเด็กอายุ 1-2 ขวบว่าจะเป็นอทิสติกหรือไม่ ?

แพทย์หญิงปิยะนุชบอกว่า อาจจะสังเกตยากหน่อยต้องผู้เชี่ยวชาญถึงจะบอกได้ นั่นเป็นเหตุให้การวินิจฉัยช้าเพราะว่า ผู้เชี่ยวชาญก็มีไม่มาก

เราสามารถสังเกตคร่าว ๆ ได้เช่นว่า 2 ขวบแล้วไม่พูด อาจจะแยกตัว ทำอะไรซ้ำ ๆ ซาก ๆ มีอารมณ์รุนแรงผิดปกติ หากสงสัยควรให้หมอเด็กดู

แต่ไม่สามารถวินิจฉัยได้เพียงแค่ครั้งเดียว เพราะหมอจะต้องตามพฤติกรรมเพื่อดูข้อบ่งชี้ต่าง ๆ

โดยเด็กออทิสติกอาการจะชัดเจนตอน 3 ขวบ และก่อน 5 ขวบหมอจะต้องวินิจฉัยได้แล้วว่าใช่หรือไม่ใช่

สำหรับการรักษาจะทำ 2 อย่าง คือ รักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน กับการรักษาแบบผสมผสาน

วิธีการรักษาแบบแผนปัจจุบันจะมีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การฝึกพูด การใช้โปรแกรมกระตุ้นพัฒนาการด้านต่าง ๆ กระตุ้นระบบประสาทการรับรู้ ในบางรายจะมีการให้ยา

สำหรับทางตรัยยาจะเป็นการรักษาแบบแพทย์ผสมผสานโดยการรักษาแบบทางเลือก หรือการรักษาแบบผสมผสานจะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองเด็กน่าจะเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ แม้อาจจะไม่ทุกรายไป แต่ในบางรายแก้ไขได้ ถ้าบอกได้เร็วอาจจะป้องกันได้ด้วย

หมอจะดูว่าเด็กมีระบบร่างกายที่ผิดปกติอะไรบ้าง เช่น อาหาร มีอะไรบ้างที่เขาแพ้ ระบบลำไส้ เพราะพบว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องลำไส้ ต้องตรวจดูว่ามีแบคทีเรียตัวไหนเยอะเกินไปหรือเปล่า จำเป็นไหมที่จะต้องไปปรับเรื่องแบคทีเรีย

จะตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีสารพิษจำพวกโลหะปนเปื้อนอยู่บ้างหรือไม่

จะดูระบบสารต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนบางอย่าง สารอาหารบางอย่างที่มีไม่เหมือนเด็กปกติ เช่น ไขมันบางตัว

จะดูเรื่องภูมิคุ้มกัน เพราะพบว่าในเด็กบางพวกจะมีภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติหรือบกพร่องไปคล้ายกับโรคพุ่มพวง

"เมื่อดูเสร็จแล้วก็จะเอาภาพทั้งหมดมาต่อกันเพื่อรักษา โดยไม่ใช้การปรับพฤติกรรมอย่างเดียว เราจะดูว่าเขาอะไรขาดอะไรเกิน ถ้ามีโลหะหนักก็ต้องเอาออกไปก่อน ดูว่าเขาขาดสารอะไรบ้างก็จะปรับสารอาหารหรือให้อาหารเสริมเข้าไป ถ้าเขาแพ้อาหารอะไรเราก็จะไม่ให้อาหารนั้น"

ทุกวันนี้ในอเมริกาประมาณ 75% จะรักษาแบบนี้ แต่ในเมืองไทยยังไม่แพร่หลายนัก

ถามว่าได้ผล 100% หรือไม่ ?

คำตอบคือ การรักษาทุกวิธีการไม่สามารถจะรักษาให้หาย 100% แต่การรักษาแบบผสมผสานพบว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งดีขึ้นได้ถ้าเราเจอเร็ว เช่น ถ้า 2 ขวบแล้วตรวจพบว่าอยู่ในกลุ่มออทิสติกแล้วมารักษาเลยเด็กกลุ่มนี้จะดีขึ้นได้

ถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่เป็นออทิสติก ?

"เด็กจะลำบาก คุณพ่อคุณแม่จะลำบากมาก แม้เด็กออทิสติก กลุ่มหนึ่งจะฉลาดมาก เด็กจะมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถเข้าสังคมได้ และมีปัญหาเรื้อรังในเรื่องสุขภาพ"

นั่นคือคำตอบของผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ สถาบันการแพทย์ผสมผสาน ตรัยยา

ฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่สงสัยควรมาปรึกษาแพทย์ก่อนอายุ 2 ขวบเพราะยิ่งอายุมากการรักษาจะยากขึ้นเรื่อย ๆ

และเรื่องของออทิสติก นั้นละเอียดอ่อนมาก คุณพ่อคุณแม่จะต้องเรียนรู้และช่างสังเกตมาก ทีเดียว

ที่มา :
วันที่โพสต์ : 2010-11-15
 
บริษัท กรีนเทค 1282 จำกัด
39/4 ถ.ประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่
อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000
อีเมล์ webmaster@healthcorners.com Copyright © 2004,2005,2006,2007,2008
www.healthcorners.com All rights reserved.
บทความ เนื้อหาบางส่วนของเว็บนี้ ได้เก็บรวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
และได้อ้างอิงถึงที่มาทั้งสิ้นหากต้องการนำไปใช้ประโยชน์ขอให้ติดต่อเจ้าของโดยตรง