Caffeine Collection กระเป๋าซองกาแฟ...ช่วยลดโลกร้อน
 
Caffeine Collection กระเป๋าซองกาแฟ...ช่วยลดโลกร้อน



การประกวดออกแบบ ไทยแลนด์ อีโค่ดีไซน์ อวอร์ด ที่ผ่านมา มีสินค้าที่ได้รับการตอบรับในตลาดแล้วและ มีออร์เดอร์แล้ว โดยมีการเปิดตัวในงาน TIFF ที่ผ่านมานี่เอง ความน่าสนใจอยู่ตรงที่สินค้าแนวอีโค่ดีไซน์ ไม่ได้เป็นแค่ความฝันหรือเป็นแค่งานวิจัย แต่สามารถทำได้จริง ถ้าใช้การผสมผสานของศาสตร์ในด้านการออกแบบเข้ามาร่วมด้วยอย่างจริงจัง คำถามต่อมาก็คือ ผู้ประกอบการในต่างประเทศให้ความสนใจกับอีโค่ดีไซน์ถึงขั้นไหนกันแน่

วีรนุช ตันชูเกียรติ เจ้าของผลิตภัณฑ์ Caffeine Collection หนึ่งในผลงานระดับบุคคลทั่วไปที่ส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ ออกแบบกระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์ ขนาดต่างๆ จากซองเมล็ดกาแฟสดที่เหลืออยู่ตามร้านกาแฟต่างๆ นำกลับมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า

วีรนุช มีกิจการหลักคือ เป็นผู้ร่วมก่อสร้าง บริษัท OSISU จำกัด บริษัทผู้ผลิตสินค้าจากวัสดุรีไซเคิล และเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ อเมซอน แฟรนไชซีร้านกาแฟของ ปตท. ที่มีอยู่ 7 สาขา ซึ่งก็พบว่าในแต่ละวันมีซองฟอยล์เมล็ดกาแฟขนาดเล็กๆ สำหรับหนึ่งคนรับประทาน ที่ถูกทิ้งมากถึง 100-400 ซองต่อวันต่อร้านกาแฟ 1 สาขา เมื่อนับจำนวนรวมต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 500,000 ซอง จาก 200 สาขา (ข้อมูลจากฝ่ายธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการ ปตท.) ซึ่งจะกลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล เธอจึงมองเห็นช่องว่างที่ควรจะนำไปทำอย่างอื่นได้อีก



โดยเฉพาะเจ้าถุงฟอยล์ที่เห็นนั้นถ้าเอาไปทิ้งก็เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก หากแต่ว่าเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงและมีความสวยงามของสีเมทัลลิกจึงนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบ ในการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานคงทนและสวยงามได้ โดยนำมาขึ้นรูปเป็นกระเป๋าและเฟอร์นิเจอร์ ใช้การเย็บเป็นแนวยาวต่อกันตามขนาดของถุง หนึ่งคนรับประทาน และขนาด 250 กรัม (ถุงใหญ่) แล้วนำมาพัฒนาต่อให้เกิดลวดลายแบบสลับ เย็บขึ้นรูปและเย็บขอบด้วยเศษหนังแท้และหนังเทียมจากโรงงานทำเบาะรถยนต์

เธอเล่าว่าถุงกาแฟที่ใช้แล้วตามร้านปกติ ไม่สกปรกอยู่แล้วเพราะใส่กาแฟส่วนกลิ่นของกาแฟจะค่อยๆ จางหายไปในที่สุดดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วง

สำหรับสินค้าของเธอ

ทำออกมาได้หลากหลายแบบ ตั้งแต่เป็นกระเป๋าใส่นามบัตร กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือของผู้หญิงหลากหลายรูปแบบกระทั่งสามารถนำไปทำเป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และเฟอร์นิเจอร์ได้ เธอออกงาน Thailand International Furniture Fair 2008 (TIFF) เดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมาและพบว่ามีต่างประเทศเข้าติดต่อจำนวนไม่น้อย โดยติดต่อมาจากสวีเดน เนเธอร์แลนด์ อเมริกา ไต้หวัน และญี่ปุ่น และได้วางจำหน่ายที่ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ (TCDC) และมิวเซียมสยาม ที่ท่าเตียน อีกด้วย

สิ่งที่ลูกค้าชอบใจ วีรนุชสะท้อนว่าประการแรกมาจากดีไซน์มากกว่า มีการจัดเรียงรูปแบบการสานต่อและการประกอบที่มีเรื่องราวรูปแบบเรียบง่ายแต่สวยงาม เธอว่าไม่ได้ทำให้รูปแบบเปลี่ยนไป มันยังคงรูปของซองใส่กาแฟอยู่เช่นเดิม แต่รอยเย็บรอยต่อของตะเข็บที่นำมาสร้างเป็นลวดลายเป็นสิ่งที่ต่างประเทศสนใจ

เธอพบว่า หลายประเทศสนใจรูปแบบที่โดนใจจึงจะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามา และเมื่อถามถึงวิธีการผลิต ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ต่างประเทศสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละใบเกิดจากงานตัดเย็บของช่างคนไทย จากของเหลือใช้ และทำกันแบบใบต่อใบ ซึ่งใช้เวลาไม่ใช่น้อย

นอกจากนี้เธอยังมองว่าตอนนี้ เธอสามารถนำเอาของเหลือจากร้านกาแฟมาได้โดยไม่มีต้นทุน มีเฉพาะค่าแรง ค่าตัดเย็บ แต่ต่อไปในอนาคตถ้าตลาดมีความต้องการจำนวนมากขึ้น ถุงกาแฟแค่ในสาขาที่ดูแลอาจจะไม่พอ ในอนาคตอาจจะต้องขอซื้อจากสาขาอื่นๆ หรือร้านอื่นๆ อีกด้วย ทำให้ต้นทุนในอนาคตที่สูงขึ้น สำหรับตอนนี้ราคาขายอยู่ที่ใบละ 350 บาท เป็นอย่างต่ำ จนถึงใบละหลายพันบาท เธอหวังว่าสิ้นปีนี้จะสามารถจำหน่ายกระเป๋า จากการส่งออกไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นชิ้นเลยทีเดียว
 
ที่มา หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ
 
วันที่ 2008-05-01