หัวข้อ : "เนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ" การตลาด แบบ วิน-วิน
   
 
   
 

"เนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ" การตลาด แบบ วิน-วิน

"จุดเริ่มต้นของโครงการนักชงมืออาชีพ เกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมฝังอยู่ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเนสท์เล่เรียกว่า Creating Shared Value‚"



ปัจจุบัน อาจเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า "เนสท์เล่" คือยักษ์ใหญ่แห่งวงการกาแฟสำเร็จรูป ซึ่งถึงแม้จะครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 80 และมีความแข็งแกร่งของแบรนด์อยู่ไม่น้อย แต่ธุรกิจข้ามชาติรายนี้ ไม่มีทีท่าจะยอมหยุดนิ่งง่ายๆ

โครงการ "เนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ" หรือ Nescafe Street Barista (เนสกาแฟ สตรีท บาริสต้า) นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ของการพัฒนารูปแบบธุรกิจ เพื่อหวังผลในการขยายฐานลูกค้า จากคู่ค้ารายใหญ่ระดับโมเดิร์นเทรด มาเป็นผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่ม "รถเข็น"

แต่จะด้วยเพราะเหตุผลอะไร เหตุใดผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก จึงลงมา "เล่น" กับผู้ค้าริมทาง ข้อมูลนับจากนี้คือคำตอบ ที่ "เส้นทางเศรษฐี" สรรหามาไว้ให้แล้ว



เป้าหมายหลัก

สร้างอาชีพรายย่อย


"การหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางรถเข็น ไม่ได้เน้นเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ หรือหวังผลแค่ผลกำไร แต่เราอยากสร้างอาชีพในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการรายย่อย" คุณเวโรนิค ครีมาเดส ผู้อำนวยการบริหาร หน่วยธุรกิจ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ภูมิภาคอินโดไชน่า อธิบายเหตุผลสำคัญในการทำธุรกิจผ่านโครงการเนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ

ก่อนบอกถึงวัตถุประสงค์หลักของโครงการดังกล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้ที่ว่างงานในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว อีกทั้งยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงเกินไป

"จุดเริ่มต้นของโครงการนักชงมืออาชีพ เกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมฝังอยู่ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเนสท์เล่เรียกว่า Creating Shared Value คือการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ และสามารถสร้างคุณค่าคนในสังคมและชุมชนไปพร้อมกัน" คุณเวโรนิค บอกอย่างนั้น

ผู้อำนวยการบริหาร หน่วยธุรกิจ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ภูมิภาคอินโดไชน่า ย้อนความเป็นมาของโครงการเนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ ให้ฟังว่า เมื่อปี พ.ศ. 2549 ทางทีมงานทุกระดับของเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัลฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดเพื่อเก็บข้อมูล ศึกษาพฤติกรรม ความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยเชิญผู้ประกอบการรถเข็น มาแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ และความต้องการที่แท้จริงกันด้วย

กระทั่งมองเห็นช่องทางว่า "รถเข็นขายกาแฟ" ยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจได้อีกมาก ดังนั้น ในปีต่อมา จึงเปิดตัวโครงการ "เนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ" อย่างเป็นทางการ จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 3 ปี มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 7,000 ราย

"หัวใจหลักที่ทำให้โครงการเนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ ประสบความสำเร็จ คือการรักษาคำมั่นสัญญา หลังจากที่ผู้ประกอบการเข้ามาอบรมกับทางโครงการแล้ว เรายังส่งพนักงานไปให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง หลายรายประสบความสำเร็จ จากเดิมเคยขายได้วันละ 60 แก้ว หลังจากอบรมกับโครงการ สามารถขายได้ถึงวันละ 300 แก้ว" คุณเวโรนิค เล่าด้วยสีหน้าภูมิใจ

สำหรับผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จด้วยการเข้าร่วมกับโครงการนี้ คุณเวโรนิค บอกว่า ไม่ยากเลย ด้วยเพราะทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัลฯ พร้อมเป็นแรงสนับสนุน ขอเพียงแค่มีใจรัก มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ

ส่วนรูปแบบของการลงทุนนั้น ล่าสุด มี 3 แบบให้เลือก คือ เคาน์เตอร์ ราคา 7,900 บาท รถเข็น 14,900 บาท และรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง 54,500 บาท ทุกแบบ มาพร้อมอุปกรณ์การขายที่จำเป็นครบชุด ทั้งยังจัดให้มีการฝึกอบรมให้แก่ผู้ขายให้รู้ถึงวิธีการผสมเครื่องดื่มที่ได้มาตรฐานเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีทีมที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการร้าน เพื่อให้ผู้ลงทุนมีความพร้อมและมีความมั่นใจในการประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจตามโครงการเนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ นี้ไม่ใช่แฟรนไชส์ จึงไม่อนุญาตให้หากำไรจากการขายสินค้าอื่นๆ เช่น ซื้อไปหลายตัวแล้วจ้างคนอื่นขายแทน ทั้งนี้ เพราะเนสท์เล่ต้องการสนับสนุนคนที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองจริงๆ



นวัตกรรมล่าสุด

เนสท์เล่ สวีท ไทม์


และเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการเนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ ได้เป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น คุณเวโรนิค เผยด้วยว่า ที่ผ่านมาทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัลฯ ประสานกับทางภาครัฐ จนได้รับความอนุเคราะห์ด้านสินเชื่อเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ฉะนั้น ผู้เข้าร่วมโครงการนี้ แต่ยังขาดเงินทุน จึงสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไม่ยาก

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น ที่ว่า ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกาแฟสำเร็จรูปรายนี้ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่งง่ายๆ เห็นจะไม่ใช่เรื่องเกินเลย เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ภูมิใจนำเสนอว่า เป็นนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งยังไม่มีใครทำมาก่อนเลยทีเดียว

"เนสท์เล่ สวีท ไทม์ คือครีมเทียมข้นหวานชนิดผง นับเป็นนวัตกรรมความอร่อยล่าสุด จากเนท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประเทศไทย ที่นำรสชาติหวานมัน เข้มข้นอันเป็นลักษณะเด่นของนมข้นหวาน มาแปรรูปเป็นแบบผง บรรจุลงในถุงขนาด 1 กิโลกรัม" คุณเวโรนิค เกริ่นแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งผ่านการวิจัยมาแล้วอย่างเป็นระบบ

ผู้บริหารระดับสูงของเนสท์เล่ฯ ท่านเดิม เล่าให้ฟังด้วยว่า เนสท์เล่ สวีท ไทม์ เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการรถเข็นขายเครื่องดื่มและร้านกาแฟโดยตรง เพราะก่อนที่จะทำการผลิตออกมาวางจำหน่าย ได้มีการทำวิจัยถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ

จนพบว่า การใช้นมข้นหวานในการชงเครื่องดื่มนั้น มักเกิดปัญหาความไม่สะดวก การจัดเก็บ และความสะอาด ดังนั้น หากมีผลิตภัณฑ์ซึ่งให้รสชาติความกลมกล่อมไม่แพ้นมข้นหวาน แต่มีลักษณะการใช้งานที่สะดวกกว่า น่าจะเกิดผลดีกับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ ครีมเทียมข้นหวานชนิดผง "เนสท์เล่ สวีท ไทม์"

"จุดเด่นของเนสท์เล่ สวีท ไทม์ นอกจากจะเพิ่มความหวานมันกลมกล่อมให้กับกาแฟและเครื่องดื่มชนิดต่างๆ แล้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชงเครื่องดื่มให้แก่ผู้ประกอบการมืออาชีพทั้งหลาย เพราะรูปแบบของผง จึงไม่ทำให้เกิดความเหนียวเหนอะหนะ อีกทั้งยังเก็บรักษาง่าย สะดวกต่อการขนย้าย ประหยัด และคำนวณต้นทุนต่อแก้วได้ง่ายกว่า" คุณเวโรนิค บรรยายให้ฟัง

นอกเหนือจากความสะดวกสบายในการใช้แล้ว ความประหยัด ยังเป็นอีกหนึ่งความต้องการของผู้ประกอบการรถเข็นกาแฟ ในประเด็นนี้ คุณเวโรนิค มีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ด้วยลักษณะที่เป็นผง ผู้ประกอบการสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้หมดถุง หากเหลือ สามารถเก็บไว้ได้ในภาชนะที่ปิดสนิท และด้วยราคาที่สมเหตุสมผล เนสท์เล่ สวีท ไทม์ จึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ประกอบการอาจกำลังมองหาเป็นทางเลือกใหม่

คุณเวโรนิค กล่าวต่ออีกว่า เนสท์เล่ สวีท ไทม์ ครีมเทียมข้นหวานชนิดผง นับเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เคยมีในตลาดมาก่อน และไทยเป็นประเทศแรกที่วางจำหน่าย ทาง เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัลฯ จึงได้จัดทำสินค้าตัวอย่าง และคู่มือสูตรเครื่องดื่มที่มี เนสท์เล่ สวีท ไทม์ ครีมเทียมข้นหวานชนิดผง เป็นส่วนผสมให้กับผู้ประกอบการทุกคนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำไปปรับสูตรเครื่องดื่มของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ส่งเสริมการขายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กระป๋องบรรจุภัณฑ์ ผ้ากันเปื้อน และแก้วชงร้อน ผู้ประกอบการที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ สวีท ไทม์ ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมการเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ ภายใต้โครงการ "เนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ" ที่จัดขึ้นทุกเดือนอีกด้วย

...............

สินค้าขายได้ ผู้ผลิตแฮปปี้ ผู้ประกอบการรายย่อยมีกำไรและอาจยืนอยู่ได้ในระยะยาว

นี่แหละ! กลยุทธ์การตลาด แบบ วิน-วิน...ของเนสท์เล่

   
   
  วันที่ : 2010-08-28 06:07:04
  ที่มา :
   
  เปิดอ่าน : 5862  ครั้ง