เช้าวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2550 ในช่วงเวลาที่หลาย ๆ คนวิ่งอยู่บนถนนของการแข่งขัน สุราษฎร์มาราธอน หลายท่านยังคงอยู่ใต้ผืนผ้าห่ม แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่ฟาร์มโชคชัย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
         การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทริปนี้เป็นทริปเล็ก ๆ เรานัดกันไว้สองจุดเดินทางโดยรถตู้ขนาดใหญ่ หลังคาสูง แอร์เย็นสบาย จุดนัดพบแรกเรานัดกันหน้าตึกไทยประกันชีวิต สาขารัตนาธิเบศร์ เวลา 07.00 น. หลังจากสมาชิกพร้อมแล้วเราก็ขึ้นรถออกเดินทางไปรับสมาชิกจุดที่สองทันทีคือที่ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร หลังจากนั้นเราก็ขึ้นโทลเวย์ ทันที เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.ปากช่อง ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง เราก็ถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งกำหนดเดิม เราได้จองตั๋วเข้าชมฟาร์มตอนเวลา 10.00 น. แต่เนื่องจากกว่าเราไปถึงตั้งแต่ยังไม่ เก้าโมงเช้า
 
         ประกอบกับช่วงเช้านักท่องเที่ยวยังไม่เยอะเราจึงได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่อย่างดีดำเนินการเลื่อนเวลาเข้าชมฟาร์มให้เร็วขึ้น โดยเข้าชมฟาร์มตอนเวลา 09.20น.เริ่มแรกกับการรับแจกกระเป๋าคล้องคอคนละ 1 ใบ เป็นสัญญลักษณ์ของกลุ่ม ทริปนี้ของเราทุกคนก็จะได้กระเป๋าสีแดง คนละใบ
         หลังจากรับกระเป๋าแล้วเดินเข้าห้องเพื่อรับชมความเป็นมาเป็นไปของฟาร์มโชคชัย ประมาณ 10 นาที เพื่อจะได้ทราบความเป็นมาการเที่ยวชมก็จะได้สนุกยิ่งขึ้น เราออกจากห้องฟังบรรยายแล้ว เดินผ่านเครื่องพ่นน้ำยาเพื่อฆ่าเชื้อโรค ล้างมือ ล้างเท้า และเข้าสู่บรรยากาศ Agro Tour โดยมีไกด์สาวสวย น่ารัก ยิ้มเก่ง เป็นผู้นำเที่ยวในครั้งนี้
         ผ่านด่านการฆ่าเชื้อมาเรียบร้อยแล้วเราก็มาพบกับเครื่องจักรเก่า รุ่นบุกเบิกของคุณโชคชัย บูลกุล ผู้บุกเบิกฟาร์มโชคชัย มีผู้แนะนำและบรรยายเกี่ยวกับรถแต่ละคันที่ใช้นในการบุกเบิกฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงที่มาที่ไป พอได้ประดับความรู้กันเล็ก ๆ น้อย ๆหลังจากได้รับชม รับฟังการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรเราเดินเท้าไปอีกเล็กน้อย เราก็จะถึงสถานที่โรงเก็บน้ำนมดิบ ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ใช้รีดน้ำนม ซึ่งครั้งนี้สมาชิกของเราก็มีโอกาสได้ลงไปจับเต้านมของโค กันแบบเต็ม ๆ ได้ทดลองรีดนมโค กันสนุกมือเลยทีเดียว
 
         เสร็จจากสถานที่แห่งนี้เราก็ย้ายกำลังไปยังโรงงานทำไอศครีม อึมมมิลล์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนนี้ห้ามถ่ายภาพโดยเด็ดขาดครับ.. แต่สิ่งที่ทุกคนรอคอย คือการได้ลองลิ้มชิมรสไอศครีม กันนั่นเอง...
         หลังจากลิ้มรสชาติ ของไอศครีมเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็ขึ้นรถ ตอนนี้ล่ะ เราได้ชมฟาร์มกันอย่างจริง ๆ จังกันแล้วครับ...นั่งรถไป มีคนบรรยายให้เราทราบถึงการทำฟาร์มไปเรื่อย ๆ รวมทั้งแนะนำเรื่องของการเลี้ยงโค ทั้งพันธุ์เนื้อ และพันธุ์นม รวมทั้ง การปลูกหญ้า การปลูกข้าวโพด ซึ่งนับว่าได้ความรู้อย่างมากทีเดียวสักประมาณ 10 นาทีเราก็ได้มาหยุดทำกิจกรรมกันอีกครั้ง มีเวลาส่วนนี้ ประมาณ 45 นาที ช่วงแรกพักผ่อนตามอัธยาศัย ใครจะเข้าห้องน้ำ ใครจะขี่รถ ATV หรือจะลองขี่ม้า ชมสวนแก้วมังกร หรือเล่นเกมส์ อาทิปาโป่ง ยิงปืน ก็มีให้เล่นกันได้ตามแต่ใจชอบ เพื่อรอเวลา การแสดงของโคบาล แต่ถ้าใครไม่อยากร่วมกิจกรรมใด ๆ ก็มีร้านอาหาร มุมทานกาแฟ เล็ก ๆ ให้ได้พักผ่อนกัน หรือใครจะไปโยกม้าไม้ ก็แล้วแต่ชอบ...
         ไม่นานเสียงประกาศให้นักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงของโคบาลก็เริ่มขึ้น เป็นการแสดงหลายชุดติดต่อกันเริ่มจาก การแสดงการบังคับม้า และการล้มโค ของ โคบาล ซึ่งรวมทั้งการประทับตราการเป็นเจ้าของของโค ในฟาร์มด้วย ตามมาด้วยการแสดงการใช้อาวุธปืนของโคบาล ด้วยท่วงท่าลีลาการควงปืนที่เร้าใจการแสดงความสามารถในช่วงเวลาว่างในการใช้เชือก และการใช้แส้ อีกด้วย ดูแล้วตื่นเต้น เร้าใจดี
 
         ออกมาจากชมการแสดงแล้วยังพอมีเวลาเหลือ หลายท่านก็ออกไปขี่ม้าบ้าง ออกไปขับรถ ATV เล่นบ้าง หรือเล่นเกมส์ก็ตามแต่จะทำกัน เวลาผ่านไปช่างรวดเร็ว เสียงประกาศให้ลูกทัวร์ขึ้นรถอีกครั้งเพื่อไปชมสุนัขต้อนแกะกันการแสดงสุนัขต้อนแกะเรียกรอยยิ้มให้กับลูกทัวร์ของเราได้มากทีเดียวเนื่องจากว่า ความน่ารักของแกะ และความฉลาดของสุนัขนั่นเอง การชมการแสดงชุดนี้ต้องอยู่บนรถเท่านั้นห้ามลูกทัวร์ลงจากรถเด็ดขาด เนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายได้ ใช้เวลาในจุดนี้ไม่นาน เราก็มุ่งหน้าต่อไปยังกิจกรรมต่อไป
         กิจกรรมต่อมา ก็เอาใจเด็ก ๆ ครับ แต่ผู้ใหญ่ อย่างเราก็สนุกไปด้วย เริ่มจากเด็กคนไหนชอบขี่ม้า ก็มีม้าแกละไว้บริการให้ได้ขี้กันรอบเล็ก ๆ เพื่อจะได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก บางส่วนแยกตัวออกไปสวนสัตว์เปิดเพื่อให้อาหารสัตว์ รอเวลาชมการแสดงของสัตว์ที่นี่เด็ก ๆ สนุกกับการให้อาหารสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นกวาง กระต่าย ลูกวัว และ สัตว์อีกหลายชนิด แบบใกล้ชิด ส่วนผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ก็จะหามุมนักพักผ่อนรอเวลาการแสดงของสัตว์ ในสวนสัตว์แห่งนี้ก็มีมุมน่าพักผ่อนหลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก หรือบริเวณลานแสดงก็ร่มรื่นไม่นานการแสดงของสัตว์ก็มาถึง ทุกคนที่กระจัดกระจายกันอยู่ก็มารวมตัวกันหน้าเวที กันอย่างพร้อมเพรียงเลยทีเดียว เป็นการแสดงเล็ก ๆ แต่เรียกเสียงฮา เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยว และลูกทัวร์ของเราได้เป็นอย่างดี
 
         ปิดการแสดงของสัตว์แล้ว แต่ทริปของเราไม่จบแค่นี้...เราออกจากการชมฟาร์ม เข้าร้านสเต็กทันที....สั่งอาหารกันตามใจชอบ..ใครอยากจะทานอะไรก็ทานกันไป...ส่วนนี้จ่ายเงินกันเอง..ดังนั้นทานกันได้ตามใจชอบ...
         หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้วเรามีเวลาอีกชั่วโมงกว่า ๆ หลายคนเดินหาซื้อของฝาก หลายคนก็ลงไปขับรถ ATV เล่นกัน ผมเองก็ไม่พลาดไปลองขับ ATV เล่นซะหน่อย... พอได้ตากแดดตากลม ก็ใกล้เวลานัด 14.00 น. เราก็รวมตัวกันที่รถ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
         ขากลับเราก็มาแวะหาซื้อของฝากกันตามความพอใจของแต่ละคน และแวะเข้าไปไหว้พระที่พระพุทธฉาย จ.สระบุรี กันอีกชั่วโมงกว่า ๆ แวะพระพุทธฉายครั้งนี้ ทุกท่านได้หอบบุญกลับมากันเต็มคันรถ เนื่องจากว่าทางวัดกำลังหาเงินสร้างพระอุโบสถ หลังใหม่ ดังนั้นทุกคนก็ได้ทำบุญอย่างเต็ม ที่ และได้รับพระพิมพ์ เป็นที่ระลึกกลับกันมาด้วย...
         เราเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ แบบสบาย ๆ เวลา 18.00 น. การเดินทาง 1 วันเต็ม ได้ประสบการณ์ ได้พักผ่อน ได้ความรู้ ได้อิ่มหนำสำราญ กับค่าใช้จ่ายเพียง 600 บาทเท่านั้น คุ้มสุดคุ้ม หลายท่านติดใจ..มีเสียงเรียกร้องให้จัดทัวร์ครั้งใหม่... แต่จะจัดไปเที่ยวแบบนี้ที่ไหนขอดูอีกที...
  .......ก็จบบรรยากาศท่องเที่ยวทริปนี้เพียงแค่นี้.......