รถคันงามวิ่งลับตาไปแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังยืนอยู่ที่เดิมอีกอึดใจ ก่อนหันหลังกลับพร้อมเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเข้ามาปกคลุมไปทั่วบ้าน บ้านหลังงามเงียบสงัด ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับแม้แต่จะเดินไปเปิดไฟ ความคิดลอยล่องไปสุ่อดีตเมื่อเกือบ 30ปีก่อน
ประตูบานนั้นถูกผลักออกอย่างแรง เด็กผู้หญิงตัวน้อยๆวิ่งออกมาพร้อมกับตะโกนเสียงดัง " พ่อมาแล้วๆๆ " เธอกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างดีใจ กางแขนออกเตรียมพร้อม ชายหนุ่มปิดประตูรั้ว หันกลับมาคว้าร่างลูกสาวขึ้นอุ้มกอดแน่นๆพร้อมระดมหอมแก้มลูกสาว " ทูนหัวของพ่อ ชื่นใจจริงๆ หอมพ่อหน่อย " เด็กน้อยหอมที่แก้มชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลอย่างมีความสุข ชายหนุ่มพูดขึ้นว่า " วันนี้พ่อมีขนมมาฝากลูกด้วยล่ะ ไหนมาดูซิ มีอะไร " " ของชอบของลูกใช่ไหมเอ่ย " เด็กน้อยยกมือไหว้ " ขอบคุณค่ะพ่อ หนูรักพ่อที่สุดในโลกเลย " ชายหนุ่มหัวเราะพูดว่า " ปากหวานจริงๆลูกสาวพ่อ "
ผ่านมาถึงวันนี้เด็กน้อยโตเป็นสาวสวย น่ารัก มีงานมีการทำแล้ว เริ่มมีบรรดาหนุ่มๆมาติดพัน จากภาระการงาน ดวงใจน้อยๆที่เริ่มมีความรักตามประสาหนุ่มสาว ทำให้มีความห่างเหินเกิดขึ้น หญิงสาววันนี้ไม่ได้วิ่งมาหอมแก้มและกอดผู้เป็นพ่อเหมือนอดีต หนุ่มใหญ่ที่วันนี้ผมเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว เห็นลูกเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ก็ไม่กล้าแสดงความรักลูกด้วยการกอดหอมแก้มเหมือนเก่า ทั้งๆที่ใจอยากทำ
วันเวลาผ่านไป ทำให้เกิดเส้นใยบางๆกางกั้นระหว่างทั้งสองพ่อลูกเกิดขึ้น โดยต่างฝ่ายต่างไม่กล้าแสดงออก ( เพราะอะไรล่ะ ) เพียงแค่การกอด หอมแก้มกับคำพูดว่า " หนูรักพ่อ " เพราะในสายตาของผู้เป็นพ่อ ลูกจะเติบโต มีงานมีการทำรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว เธอก็ยังเป็นเด็กน้อยผู้น่ารัก ร่าเริง เป็นดวงใจของพ่อเสมอ
ชายหนุ่มยังคงนั่งที่นั่นอีกนาน ถ้าไม่มีเสียงดังมาหยุดความคิด " พ่อ 4 ทุ่มแล้ว " ชายหนุ่มสะดุ้งจากความหลัง ลุกขึ้นเดินเข้าบ้าน คืนนี้เป็นอีกคืนที่ยากจะข่มตาหลับ
วันนี้คุณกอด หอม และบอกรักคุณพ่อแล้วหรือยัง แม้แต่พรุ่งนี้ก็อาจจะสายเกินไป
 |